สินไซ คัดย่อ เรื่องราว สินไซ (คัดย่อ เวอร์ชั่น ภาษาไทย) — โดย กำบี้
เรื่องมีอยู่ว่า ท้าวกุศราชครองเมืองเป็งจาล มีมเหสีแปดคน เมื่อทุกคนตั้งครรภ์ โหรทำนายว่าโอรสของนางปทุมมา และนางจันทา

สินไซ คัดย่อ เรื่องราว สินไซ (คัดย่อ เวอร์ชั่น ภาษาไทย) — โดย กำบี้
เรื่องมีอยู่ว่า ท้าวกุศราชครองเมืองเป็งจาล มีมเหสีแปดคน เมื่อทุกคนตั้งครรภ์ โหรทำนายว่าโอรสของนางปทุมมา และนางจันทา
มาแล้วครับเรื่องย่อ วรรณกรรมสินไซ (เวอร์ชั่น ภาษาอีสาน) มาลองอ่านดูครับ
โดนมาแล้ว ในนครเป็งจาลมีพระราชาซื่อว่า พระยากุศราช พระยากุศราชเพิ่นกะมีมเหสีเอกซื่อนางจันทา พระยากุศราชเพิ่นกะมีน้องสาวหล่าซื่อนางสุมณฑา นางสุมณฑามีฮูบฮ่างหน้าตางดงามหลายผู้คนในนครเป็งจาลกะมีความสุขสำบาย
คนรุ่นใหม่กับการสืบสานวรรณกรรมสินไซ โดย พระครูบุญชยากร เจ้าอาวาสวัดไชยศรี บ้านสาวะถี
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติขอนแก่น- เปิดเวลา 09.00−16.00 น.
– ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 30 บาท
– โทร. 0−4324−6170
เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีโบราณวัตถุล้ำค่าของภาคอีสานตอนบนหลายสมัย เช่น สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทวารวดี หรือข้าวของเครื่องใช้จากภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน ฯลฯ ทั้งหมดจัดแสดงโดยแบ่งเป็นยุคสมัยต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ในอาคารทรงไทยประยุกต์สองชั้น ซึ่งเชื่อมต่อกับอาคารจัดแสดงใบเสมากลางแจ้งและอาคารชั้นเดียว ด้านหลัง
กู่ประภาชัย (กู่บ้านนาคำน้อย) อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
กู่ประภาชัย หรือบางคนเรียกว่ากู่บ้านนาคำน้อย ตั้งอยู่ในบริเวณบ้านนาคำน้อย หมู่1,15 ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น อยู่ห่างจากจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 57 กิโลเมตร การเดินทางไปตามเส้นทางเดียวกันกับพระธาตุขามแก่น โดยตรงต่อไปก่อนถึงสะพานข้ามคลองส่งน้ำจากลำน้ำพองเลี้ยวซ้ายตามถนนลาดยางเลียบคลองชลประทาน แล้วเลี้ยวขวาสะพานเข้าหมู่บ้านนาคำน้อยก็จะถึงที่ตั้งกู่ประภาชัยซึ่งอยู่ภายในวัดบ้านนาคำน้อย
วัดไชยศรี
“วัดดีศรีพุทธศาสน์ ธรรมชาติรื่นรมย์ ชื่นชมสิมเก่า จิตกรรมเล่าฝาผนัง”
ที่ตั้งและการเดินทาง
ตั้งอยู่หมู่ที่ ๘ บ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ ๒๒ กิโลเมตร เดินทางโดยใช้เส้นทางถนนมะลิวัลย์ ขอนแก่น-ชุมแพ ประมาณ ๑๔ กิโลเมตร แยกขวาตรงสี่แยกทางไปอำเภอพระยืน เข้ามาอีกประทาณ ๓ กิโลเมตร ถึงบ้านม่วง แล้วเลี้ยวขวาอีก ๕ กิโลเมตร เข้าสู่หมู่ที่ ๘ บ้านสาวะถี ที่ตั้งวัดไชยศรี
บุญข้าวจี่ นิยมทำในเดือน ๓ โดยเฉพาะในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (ตรงกับวันมาฆบูชา) เป็นวันที่นิยมทำกันมาก แต่วันอื่นก็ทำได้ ขอให้เป็นวันในเดือน ๓ เพราะต้องขึ้นอยู่กับความสะดวกของชาวบ้านและวัดจะจัดประชุมตกลงกัน
คำว่า ข้าวจี่ เป็นภาษาอีสาน คือ การนำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกดีแล้ว มาปั้นทำให้เป็นรูปร่างกลมรี คือด้านปลายปั้นข้าวจะมีลักษณะเหมือนกันทั้งสองด้าน แต่ส่วนกลางเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด แล้วค่อยๆทำให้เล็กลงเหมือนลักษณะกลองเพลในภาคอีสาน แล้วนำไม้แหลมด้านปลายพอเหมาะมาเสียบให้ทะลุไปตามด้านยาวเหลือด้านปลายที่ทะลุไว้ ประมาณพอสมควรจะไว้วางพาดเวลาจี่ข้าว แล้วนำเกลือมาโรยตามผิวปั้นข้าว ให้พอเหมาะไม่เค็มเกินไป นวดคลึงให้ผสมกับปั้นข้าวดีแล้ว นำไปย่างไฟที่ทำให้เป็นถ่านไฟร้อนที่เตรียมไว้
ประชาสัมพันธ์ เชิญร่วมงานบุญข้าวจี่ ประเพณีบุญเดือนสาม ณ วัดไชยศรีร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยในปีนี้ กำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 30 มกราคม — 31 มกราคม 2553 พร้อมมีการร่วมทอดผ้าป่า ณ วัดไชยศรี หมู่ที่ 8 บ้านสาวะถี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น
กบฎหมอลำโสภา พลตรี(เกล็ดประวัติชุมชนบ้านสาวะถี)
เรื่องเล่าจากสนาม วิชาจิตรกรรมพื้นบ้าน
เมื่อลงภาคสนามวิชาจิตรกรรมพื้นบ้าน สิ่งที่เราเก็บข้อมูลไม่ใช่เรื่องจิตรกรรมเท่านั้น หากเรานับรวมผู้คนทั้งในอดีตและปัจจุบันเข้าไปด้วย
“ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเฮา”
ภูมิภาคนี้มีลักษณะโดดเด่นกว่าส่วนอื่นของประเทศประกอบด้วยจังหวัด19จังหวัดคือหนองคาย นครพนม มุกดาหาร ชัยภูมิสกลนคร อุดรธานี เลย ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร นครราชสีมาบุรีรัมย์ สุรินทร์์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานีอุดรธานีหนองบัวลำภู และ อำนาจเจริญนับได้ว่าเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่และประชากรมากที่สุด